วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

เที่ยวอิตาลี่


ในที่สุดก็นำทุกท่านมาถึงเมืองเวนิส ลองเปรียบเทียบเอาเองว่ากรุงเทพฯ คือเวนิสตะวันออกจริงหรือไม่ เมืองเวนิสเป็นเกาะครับ อยู่ออกไปในทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) มีถนนและรางรถไฟจากแผ่นดินใหญ่ไปถึงเกาะแล้วจอด ไปต่อไม่ได้เพราะไม่มีถนนให้รถวิ่ง ผู้คนสัญจรโดยทางน้ำหรือเดินเท่านั้นครับ จริงๆ เวนิสประกอบด้วยเกาะเล็กๆ ประกอบกันขึ้นเป็นลากูน (lagoon) ผืนน้ำที่คั่นระหว่างเกาะต่างๆ ก็คือสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นคลองนั่นแหละ เขาทำสะพานเชื่อมถึงกันจนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วพื้นดินทั้งหลายนั้นแท้จริงแล้วเป็นเกาะใหญ่น้อยมาร้อยรวมกันเสมือนผ้าผืนใหญ่ที่อยู่กลางน้ำ

เมื่อออกจากสถานีรถไฟ จะเห็นคลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมืองเวนิสเรียกว่า Grand Canal
หรือเรียกเป็นภาษาอิตาเลียนว่า "คานาเล่ แกรนเด้"

ที่เมืองนี้จะมีบริการเรือเมล์ คล้าย ๆ เรือด่วนจ้าพระยาบ้านเรา มีหลายอัตรา
เที่ยวเดียว 6 ยูโร ถ้าเป็นแบบกี่เที่ยวก็ได้ภายใน 12 ชั่วโมงราคา 13 ยูโร
มีอัตราแบบ 24 ชม. 48 ชม. 72 ชม. ด้วย แต่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นเลย
ส่วนใหญ่จะเดินเท้าเอาซะมากกว่า

ใครพาแฟนไปก็อาจจะนั่งเรือกอนโดลาที่สุดแสนจะโรแมนติก
ยังไม่อยากบอกราคาค่าเช่าเดี๋ยวความโรแมนติกจะหายหมดก่อน 

เรือลำนึงนั่งได้ 6 คน จะนั่งจู๋จี๋กับแฟนสองต่อสอง หรือจะนั่งกันเป็นกรุ๊ปทัวร์ก็ได้
ราคาเดียวกัน 1 ชั่วโมง 83 ยูโร ไป 6 คน ก็ตกคนละ 14 ยูโร ก็โอเคนะ
แต่อาจจะไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์คนจีน เสียงดังลั่นคลองเลย

สะพานที่สวยที่สุดและโด่งดังที่สุดชื่อสะพานรีอัลโต้ (Ponte di Rialto) สองข้างทางขึ้นเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกน่าซื้อเต็มไปหมด มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ไว้นั่งเล่นชมวิว ของทุกอย่างในเวนิสแพงระยิบเลยครับ

มหาวิหารและจตุรัสซานมาร์โก้ (San Marco) ที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ อาหรับ โรมันเนสก์ เรอเนซองซ์ เข้าไว้ด้วยกัน มียอดโดมแบบอาหรับ ในมหาวิหารนี้เชื่อว่าบรรจุศพของเซนต์มาร์ก (หรือที่ชาวแคทอลิกในเมืองไทยรู้จักในนามว่ามาระโกผู้เขียนคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับพันธสัญญาใหม่บทที่ 3) ที่ (เชื่อกันอีกว่า) ชาวเวนิสไปโขมยมาจากเมืองอเลกซานเดรีย ประเทศอียิปต์

ภายในมหาวิหารประดับประดาด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองดูอร่ามตา

มีคำเตือนนิดหน่อยเกี่ยวกับเข้าไปในโบสถ์แห่งนี้ เขาไม่อนุญาตให้นำเป้หรือกระเป๋าเข้าไปภายในโบสถ์ อาจจะกลัวเราไปหยิบฉวยของมีค่าใส่กระเป๋า เขาจะมีที่ฝากของได้ ให้ไปฝากของก่อนแล้วค่อยมาเข้าแถว หากไม่ทราบไปยืนเสียเวลาเข้าแถวตั้งนานจนถึงคราวที่จะเดินเข้าประตู ก็จะถูกเจ้าหน้าที่สั่งให้ไปฝากของก่อนแล้วกลับมาต่อแถวใหม่ เสียเวลาสองต่อ

ส่วนจตุรัสด้านหน้าก็เป็นลานกว้างใหญ่ มีร้านรวงต่างๆ แต่ราคาแพงมาก ซื้อไม่ลง

อาคารข้าง ๆ มหาวิหารซานมาร์โก้ที่เห็นในรูปข้างบนและรูปนี้เป็นที่ทำการของเมือง เป็นที่บริหารกิจการงานเมือง ชื่อว่าพาลัซโซดูคาเล (Palazzo Ducale)

มีตึกในเมืองไทยตึกหนึ่งที่สร้างตามศิลปะแบบเวนิสดังที่เห็นในรูปนี้ นึกออกไหมครับ ถ้านึกไม่ออกก็ตามไปดูที่นี่ได้
http://www.cabinet.thaigov.go.th/house03.htm

ตึกนี้เป็นอีกตึกหนึ่งที่สร้างตามศิลปะแบบเวนิส

เก้าอี้ที่เห็นนี่อย่าได้ไปนั่งเชียวนะครับ เขาคิดค่านั่งด้วย ค่าอาหารหรือแม้แต่กาแฟก็แพงมหาศาล

โบสถ์นี้เป็น landmark อีกแห่งในเวนิส แต่ช่วงที่ไปเขาซ่อมใหญ่ ไม่เห็นสวยแบบนี้

สะพานสวย ๆ ที่เห็นนั้นหนุ่มสาวที่นั่งเรือกอนโดล่าต้องจุมพิตกันขณะที่เรือลอดใต้สะพาน แต่จริง ๆ แล้วสะพานแห่งนี้มีชื่อที่พอจะแปลเป็นไทยว่าสะพานทอดถอนใจ เนื่องจากฝั่งซ้ายของสะพานคือคุก นักโทษที่ถูกพิพากษาให้ต้องจำคุกจะต้องเดินผ่านสะพานนี้ และนี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้มองเห็นโลกภายนอกผ่านหน้าต่างบนสะพานนี้ เลยต้องทอดถอนใจในชะตากรรมตัวเอง ตกลงไม่รู้ว่าหนุ่มสาวที่จุมพิตกันใต้สะพานจะมีชะตากรรมต่อไปเป็นอย่างไร มิน่า ใคร ๆ ถึงพูดกันว่าแต่งงานเหมือนติดคุก 

ราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีเทศกาลคาร์นิวัล หรือเทศกาลสวมหน้ากาก นักท่องเที่ยวจะเห็นหน้ากากขายเป็นของที่ระลึกเต็มไปหมด ถึงไม่ใช่หน้าเทศกาลก็จะมีคนแต่งตัวแบบนี้มารอถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ถ้าไปขอถ่ายรูปด้วยต้องให้เงินเขานะครับ นั่นคือวิธีทำมาหากินของเขาเลย

เมืองเวนิสเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารัก แต่จริง ๆ มีปัญหาเยอะแยะมากมายทั้งเรื่องเมืองที่อยู่บนน้ำเค็มเสี่ยงต่อการทรุดตัว ค่าครองชีพสูงทำให้คนท้องถิ่นย้ายออกไปอยู่ที่อื่นหมด กิจการที่มีบนเกาะจึงเป็นการท่องเที่ยวแทบจะโดยสิ้นเชิง ถ้าใครมีโอกาสค้างคืนบนเกาะจะเห็นถึงความเงียบเหงาวังเวงไร้ผู้คน แทบไม่มีแสงไฟลอดหน้าต่างห้องไหนออกมาเลย จะคึกคักเฉพาะช่วงเวลากลางวันเท่านั้น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา เมืองเวนิสเป็นเมืองที่สวยงามโรแมนติก ใครไปก็ประทับใจอยากใช้เวลาเดินเล่นไปมาหรือนั่งเรือไปตามคลองใหญ่น้อย จริง ๆ ใช้เวลา 1-2 วันก็เพียงพอต่อการเที่ยวเวนิสแล้ว

พาเดินเที่ยวชมเมืองไปด้วยกันครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น